นักแปลมั่วซั่ว View my profile

[Sakumiya SF] The Sheep Tale...

posted on 19 Apr 2011 21:35 by mozou-trans in Arashi, Fan-Fiction

 

 

            'ตึก... ตึก.... ตึก....... ตึก'

 

            เสียงฝีเท้าจังหวะคุ้นเคยค่อย ๆ ดังใกล้เข้ามา ทำให้โชที่กดแนบใบหูอยู่กับบานประตู ต้องรีบกระเด้งกระดอนไปทางนั้นทีทางนี้ทีด้วยความตกใจ

 

            'ตึก.... ตึก..... ตึก.... กึก..'

 

            และตอนนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องแนบหูฟังอีกต่อไปแล้ว เพราะเสียงฝีเท้านั้นใกล้จนได้ยินชัดเจน  เวลานี้ต่อให้ไม่บอกเจ้าตัวก็รู้ว่ารองเท้าสนีกเกอร์คู่สีเทามอมแมมมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องเขาเรียบร้อย

 

            ซากุไร โช ในเวลานี้ เริ่มวิ่งไปมาเป็นหนูติดจั่น มือไม้สั่น รีบโยนข้าวของวางขณะเสียงออดดัง

 

            'ออดดดดดดดดดดดดดดดด'

 

            เพราะเขารู้ดีว่าผู้มาเยือนที่มีกุญแจห้องเป็นของตัวเองนั้น เพียงกดออดไปตามมารยาทเท่านั้นเอง...

 

 

            'ตุบ ตุบ โครม!'

 

            โชผู้ที่เพิ่งวิ่งไปโยนกระเป๋าไว้บนโซฟาหน้าทีวี ถลากลับมาหน้าประตูใหม่อีกครั้ง เบียดแผ่นหลังล่ำสันเข้ากับบานประตูที่มีเสียงไขก๊อก ๆ แก๊ก ๆ เบา ๆ ไม่ให้ผู้ที่อยู่อีกฝั่งเข้ามาได้

 

            'แกร็ก... แกร็ก...... แกร็ก........'

 

            และตอนนี้อีกคนก็คงรู้แล้วว่า สาเหตุที่ผลักประตูเปิดไม่ออก เป็นเพราะอะไร

 

            "โชจัง!!"

 

            เสียงห้าวเล็กแหวดังลั่น เรียกชื่อเจ้าของห้องอย่างขัดใจ  เดือดร้อนจนโชที่ยืนเอาหลังดันประตูอีกฝั่งไว้ ต้องรีบละล่ำละลักหาข้ออ้างเป็นพัลวัน

 

            "น... นิโนะ ฉันปวดหัวอะ ลงไปซื้อยาให้หน่อยดิ่ ตรงคอนวิเนี่ยนข้างล่างนะ นะนะ"

 

            "กล่องยาข้างชั้นหนังสือก็มีไงเล่า!"  นิโนะตอบทันที น้ำเสียงห้วนหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า เจ้าตัวเล็กหน้าห้องกำลังเข้าสู่ภาวะอารมณ์บูดแล้ว

 

            แต่ยังไงก็ให้เจอตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!!!

 

            "ม... มันหมด... หมด... หมดแล้ว"

 

            "จะหมดได้ไงฟะ! วันก่อนยังเหลืออีกตั้งเยอะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้ จะไปดูให้!!"  เสียงขู่ยิ่งส่งผลให้เหงื่อกาฬไหลอาบแผ่นหลังอันอุดมด้วยกล้ามเนื้ออีกก๊อกใหญ่

 

            มันสมองอันปราดเปรื่องของบัณฑิตเคโอ พยายามคิดหาข้ออ้างดี ๆ อีกเป็นกระบุงโกย ไม่ว่าจะหลอกล่อให้ลงไปซื้อข้าว ซื้อน้ำ หยิบของในรถ หรือแม้กระทั่งขอร้องให้ยืนรอเฉย ๆ หน้าห้องซัก 5 นาที แต่สำนวนที่ว่า 'ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด' เป็นอย่างไร ซากุไร โช ก็เพิ่งจะตระหนักได้ถ่องแท้ในวันนี้นี่เอง

 

            เมื่อเจ้านิโนะมิยะ คาซึนาริ คนรักของเขา ไม่ยอมท่าเดียว

 

            ประตูห้องดังกึงกังตึงตังอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าคนตัวเล็กกว่ากำลังพยายามพังเข้ามา เสียงคุ้นเคยนั้นเขียวปั๊ดซะจนรู้สึกได้  "ซ่อนใครไว้ในห้องใช่มั้ย!!!"

 

            โอ๊ยยยยยยยย ไปกันใหญ่แล้ววว

 

            โชหลับตาพร้อมความรู้สึกว่าปวดหัวจี๊ดด ขณะเอ่ยปากอ้อนวอนคนรักตัวเล็กเป็นหนสุดท้าย  "ไม่มีอะไรจริง ๆ ขอร้องนะ รอหน้าห้องแป๊บบนึง แล้วเดี๋ยวเปิดให้ภายใน 5 นาทีเลย นะ นะครับ นะ.. คาซึ"

 

            เหมือนจะได้ผล คราวนี้แรงกระแทกกระทั้นประตูจากภายนอกหยุดลง พร้อม ๆ กับเสียงที่เคยข่มขู่เขาสารพัดเงียบไป

 

            "... งั้นก็ตามสบาย"

 

            มีความหมายเท่ากับ 'ลาขาด' หากคำนี้ออกมาจากปากนิโนะ...............

 

            ซวยแล้ว....

 

            โชแทบจะพุ่งถลาออกไปคว้าร่างบาง ๆ นั้นให้หยุดเดินหนีเขาให้ได้ แต่ด้วยความที่สติสัมปชัญญะยังหลงเหลืออยู่ครบถ้วน ทำให้เจ้าของห้องเจ้าปัญหา รีบหันไปคว้าหมวกมาสวมคลุมศีรษะไว้ก่อนจะวิ่งตามออกไปทันที

 

            "นิโนะ! นิโนะ!"  แถมคนอะไรไม่รู้ ขาก็สั้น แต่เดินไวเป็นบ้า  โชกึ่งเดินกึ่งวิ่งไล่คนที่เดินหนีอยู่ครู่หนึ่ง กว่าฝ่ามือหนาจะคว้าท่อนแขนเล็กทัน นิโนะก็เกือบจะเดินเข้าลิฟต์อยู่รอมร่อแล้ว

 

            แน่นอนว่าเจ้าตัวสะบัดแขนแค่ทีเดียว ฝ่ามือเขาก็ร่วงปุ...

 

            โชหน้าเสียทันที เมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กตรงหน้าเอาจริง.... แต่ไหนแต่ไร ใคร ๆ ก็รู้ว่าเห็นนิโนะตัวบาง ๆ แค่นี้ แต่หากให้เทียบกันจริง ๆ น่ะแรงเยอะยิ่งกว่าเขาเป็นไหน ๆ  โดยเฉพาะในช่วงเวลาพ่อแง่แม่งอน หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เรี่ยวแรงยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ

 

            โชอาจไม่เคยงัดข้อชนะคนตัวเล็กตรงหน้า ไม่เคยตีลูกเบสบอลได้ไกลกว่า ไม่เคยวิ่งได้นานกว่า

 

            แต่นิโนะเองก็ไม่เคยปฏิเสธอ้อมแขนอันอบอุ่นจากตัวเขาได้เช่นเดียวกัน

 

            "คาซึ...."  น้ำเสียงทุ้มนุ่มกระซิบอ้อนข้างใบหูเล็ก ขณะวงแขนกำยำดึงรัดร่างบางไว้เบา ๆ

 

            นิโนะหยุดฝีเท้าในที่สุด

 

 

            "ไร จะทำไรก็ทำไปดิ่ กลับแล้วไง"

 

            "ไหนบอกว่าวันนี้จะนอนที่นี่..."  ริมฝีปากอิ่มถามพลางกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีก จนคนถูกกอดฮึดฮัดขัดใจ

 

            "ปล่อยนะ เดี๋ยวคนมาเห็น"

 

            "ก็ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่หนี"

 

            "ซากุไรซัง..."

 

            "นะครับ.. คาซึ"

 

            คำตอบคือเสียงถอนลมหายใจยาว นิโนะแตะท่อนแขนที่กอดตัวเองไว้แน่นเบา ๆ เป็นเชิงต่อรอง  "ปล่อยก่อนแล้วค่อยคุยกัน"

 

            แน่นอนว่าโชยอมทำตามโดยดี

 

            ท่อนแขนแข็งแกร่งจำยอมปล่อยรั้งเอวแบบบางให้เป็นอิสระ แต่ฝ่ามือหนายังคว้ามือเล็ก ๆ จับไว้อยู่ โชออกแรงกระชับเพียงเล็กน้อย เจ้าของมือข้างนั้นก็ยอมให้จูงกลับไปด้วยกัน

 

            เสียงผู้มาเยือนบ่นกระปอดกระแปด  "ไหนเมื่อกี้ไม่ยอมให้เข้าไง"

 

            "เมื่อกี้ก็ส่วนเมื่อกี้ ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้"  เป็นเหตุผลที่ฟังดูไม่เข้าท่าเอาซะเลยในความคิดคนฟัง นิโนะเบ้ปาก แต่ไม่ได้คิดซักไซ้ไล่เลียงอะไรอีก นี่เป็นนิสัยที่พูดยากว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่สำหรับสถานการณ์แบบนี้ โชชอบมาก

 

            ชายหนุ่มคิดกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เขาวางแผนว่าเมื่อพานิโนะไปถึงห้องเมื่อไหร่ จะแกล้งทำทีเป็นขอตัวเข้าห้องน้ำ แล้วจัดการกับ 'บางอย่าง' ซะ แค่นี้ก็เรียบร้อยเพอร์เฟ็ค นิโนะไม่งอนเขา และเขาก็ไม่... เสียหายอะไร.. ด้วย

 

            แต่ถ้าเรื่องจบลงง่าย ๆ แบบนั้นคงน่าเบื่อไป...

 

            "เฮ้ยโชจัง หมวกใหม่นี่!"  เมื่อเสียงเจ้าปีศาจน้อย ๆ ลอยมากระทบหู เป็นเวลาเดียวกับที่มือเล็ก ๆ ซึ่งโชแสนรักคว้าเอาหมวกไม่คุ้นตาไปดู

 

            แต่..........

 

            "อุ๊บ........ ฮ่าฮ่าฮ่า!!!!!!!!!!"  ห้ามไม่ทันแล้ว

 

            "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!!!!"  นิโนะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นทางเดินจนเดือดร้อนผู้พักอาศัยตัวจริงอย่างโชต้องรีบลากวิ่งเข้าห้องไป แล้วปิดล็อกลงกลอนเป็นการใหญ่ ใบหน้าขาวแดงจัดเพราะทั้งเหนื่อยและอาย เช่นเดียวกับวงหน้าใสของนิโนะที่ขึ้นสีชัดไม่แพ้กัน แต่เป็นเพราะเจ้าตัวขำเยอะเกินไป

 

            ขำจนโชต้องโวยวายประท้วงเสียงดัง  "นิโนะ!!!"

 

            "ฮ่า ๆๆๆๆ อย่าบอกนะว่าที่ไม่ยอมเปิดประตูให้เพราะผมทรงนี้อะ ฮ่า ๆๆๆ"  ก็ในเมื่อรู้แล้วยังจะถามอีก! ประโยคนั้นซ้ำเติมให้ซากุไร โชชักสีหน้าบูด ก่อนปลายนิ้วยาวจะคว้าหมับให้ที่ปลายจมูกโด่งรั้นของคนตัวเล็กเบา ๆ  "เออ! ก็รู้ไงว่าเห็นแล้วต้องเป็นแบบนี้ เดี๋ยวเถอะ! อย่าให้ถึงคราวฉันบ้างแล้วกัน"

 

            "ม่าย~มี~ท้าง~~~"  คือประโยคไล่เป็นเสียงดนตรีที่คนตัวเล็กโต้ตอบอย่างอารมณ์ดี

 

            โชส่ายหัวขำกับพฤติกรรมเจ้าตัวแสบตรงหน้า ฝ่ามือหนายกขึ้นขยี้ผมทรงหยิก ๆ ขยุกขยุยของตัวเองไปมา แล้วหันหลังหมายจะเข้าห้องน้ำจัดการสระผมให้กลับสู่ภาวะปกติสักที

 

            แน่นอนว่ามีหรือกระรอกโชจะไวไปกว่าลิงลมอย่างนิโนะ แขนท่อนเล็กเอื้อมมาพาดล็อกคอเขาแน่น เป็นการบังคับให้ถ่ายรูปคู่กันก่อน

 

            'แชะ!'

 

            เสียงกล้องมือถือดังขึ้นเบา ๆ จับสีหน้าเหวอของซากุไร โช ได้เต็มช็อต เช่นเดียวกับผมทรงหยิก ๆ ลอน ๆ มองผ่าน ๆ คล้ายป้าแม่บ้านในการ์ตูนไม่มีผิด ทุกสิ่งอย่างในภาพเรียกเสียงหัวเราะจากนิโนะได้นานหลายนาที

 

            "โอ๊ย ฮ่า ๆๆๆ ปวดท้องงงง"  ปากบ่นปวดท้อง แต่มือก็กดส่งเมลหาเมมเบอร์คนอื่นยิก ๆ  โชท้าวเอวมองไอ้ลิงจอมกวนตรงหน้า ก่อนจะเขกหัวเล็กนั่นเบา ๆ

 

            "เดี๋ยวเถอะ!"  บ่นแค่นั้น แล้วถอนลมหายใจยาว  หลังจากได้ลงโทษเจ้าตัวดีพอหอมปากหอมคอแล้ว เขาก็เข้าห้องน้ำไป

 

 

- - -

 

 

            เสียงน้ำซ่า ๆ บอกให้รู้ว่าคนในห้องกำลังสระผมอยู่ นิโนะแอบโผล่หัวไปมองอีกคนที่กำลังนั่งสระผมเองยิก ๆ โดยเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างทิ้งไว้

 

            เห็นดังนั้นเลยไปช่วยเฝ้าอ่าง คอยดูระดับน้ำให้อย่างรู้ใจ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เอาอกเอาใจมากกว่า โทษฐานที่เมื่อกี้ฝากวีรกรรมเอาไว้เยอะ จนกลัวเจ้าของห้องจะไล่ตะเพิดเอา  นิโนะนั่งวักน้ำในอ่างเล่น ขณะหันไปแอบมองอีกคนล้างผมเป็นรอบสุดท้าย

 

            เส้นผมที่เคยถูกกองถ่ายบังคับดัดจนหยิกเป็นลอน กลับมาตรงลู่เข้ากับใบหน้าคมเช่นเคย

 

            "อาบด้วยกันเลยมั้ย"

 

            "ไม่เป็นไร"  โชรู้ดีว่านิโนะตอบไปอย่างเคยปากเท่านั้น

 

            "อาบพร้อมกันเถอะ จะได้ไม่เปลืองน้ำ เปลืองไฟ"

 

            "จริงด้วย!"  เช่นเดียวกับที่รู้ว่าคนอย่างนิโนะต้องหยิบประเด็นไหนมาหลอกล่อ

 

            ชายหนุ่มเจ้าของห้องหัวเราะเบา ๆ เมื่อแขกประจำทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือตัวเองอย่างนึกเรื่องสำคัญออก ก่อนเจ้าตัวดีจะรีบถอดเสื้อผ้าแล้วเดินไปถูสบู่ล้างตัวทันที

 

            ใช้เวลาเพียงไม่นาน ร่างเล็กอันแสนนุ่มนิ่มก็กระโจนมาอยู่ร่วมอ่างเดียวกับเขาแล้ว  "ฮ้า... สบาย"

 

            "แล้วตกลงวันนี้ที่แมนชั่นนายเป็นอะไร ทำไมอยู่ดี ๆ เมลมาบอกว่าจะขอค้างแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย"  โชถามขณะโอบมือรอบเอวบาง ดึงรั้งให้แผ่นหลังนุ่มเนียนแนบชิดกับหน้าอกตนเอง ขณะคิดถึงเมลจากคนตรงหน้า ที่ส่งมาอย่างกะทันหันเมื่อตอนหัวค่ำไปด้วย

 

            'ถึงห้องแล้วใช่มั้ย ฉันกำลังจะขึ้นไป ค้างนะ'

 

            เล่นเอาเขาลนลานแทบทำอะไรไม่ถูก เพราะตัวเองก็เพิ่งกลับมาจากกองถ่ายเหมือนกัน แถมทรงผมกำลังอยู่ในช่วงย่ำแย่ได้อีก

 

            ... แถมขอเวลาล้างหัวแค่นิดเดียวก็ไม่ได้นะ ไอ้แสบเอ๊ยย

 

            นิโนะฮัมเพลงเบา ๆ ขณะอิงหัวเล็ก ๆ กับบ่าลาดไปด้วย  "ก็เมื่อวานนี้ฉันถอยมิกเซอร์เครื่องใหม่มา"

 

            "ดังนั้น...."

 

            "เลยใช้เงินเกินโควตาน่ะ ขอค้างที่นี่จนกว่าจะสิ้นเดือนแล้วกันนะ"  นี่แหละ วิธีประหยัดฉบับนิโนะมิยะ คาซึนาริ....

 

            เวลาเผลอซื้อข้าวของราคาแพงมาทีไร ก็มักจะมาจำศีลที่ห้องเขาเสมอ... จะว่าเพราะพิศวาสก็คงไม่ถูกนัก ประเด็นสำคัญจริง ๆ น่าจะอยู่ที่อยากประหยัดค่าน้ำค่าไฟห้องตัวเองมากกว่า

 

            โชขำเบา ๆ พลางลูบเส้นผมชื้นน้ำอย่างรักใคร่  "แล้วคิดรึไงว่าเจ้าของห้องนี้จะให้อยู่แบบฟรี ๆ"

 

            "หรือโชจังจะใจร้ายเก็บค่า