นักแปลมั่วซั่ว View my profile

[Sakumiya] Answer is Near :: 3rd SCENE

posted on 29 Apr 2011 11:14 by mozou-trans in Answer-is-Near, Arashi, Fan-Fiction

3rd SCENE-

 

 

            ยามเช้า ที่กองถ่ายละครค่ายผู้จัดยักษ์ใหญ่  พระเอกของเรื่องกำลังนั่งหน้าตึง ขณะอ่านบทตัวเองอยู่

 

            โอโนะเดินถือกล่องน้ำผลไม้มาวางให้ไอดอลในความดูแล ก่อนจะเอ่ยถามถึงความผิดปกตินั้น  "นิโนะ...เป็นไรวะ องค์คาซึมันลงก่อนถึงเวลางานรึไง"

 

            หากแต่คำตอบที่ได้รับคือ ริมฝีปากบางเบ้นิด ๆ พร้อมกับเสียงงึมงำในลำคอ  "อืม..."

 

            ก็จะไม่ให้เขาอารมณ์เสียยังไงไหว ในเมื่ออยู่ดี ๆ ไอ้บ.ก.หัวเหม่งข้างห้องดันมาปั้นปึงใส่กันซะอย่างนั้น ทั้งที่เขาอุตส่าห์อุดหนุนผลงานแท้ ๆ  แถมพอเมล์ไปหาก็ไม่ยอมตอบกลับอีก นี่คิดว่าตัวเองเป็นใครวะ อายุอานามปาเข้าไปขนาดนี้แล้วยังจะมาทำตัวลมเพลมพัดอยู่ได้

 

            "นั่น ๆ บทยับหมดแล้วนิโนะ!"  โอโนะรีบออกปากปรามคนในความดูแลเสียงดุ เมื่อเห็นว่าฝ่ามือเล็กขยำบทละครซะแน่นจนกระดาษเริ่มยับเป็นรอย เรียกให้เจ้าตัวโกยสติกลับมา ก่อนจะอุบอิบขอโทษเสียงเบา แล้ววางบทละครลง

 

            ปลายนิ้วเล็กหยิบกล่องน้ำผลไม้ขึ้นมาดูด ทั้งที่สายตายังจับจ้องไปทางนิตยสารสัตว์เลี้ยงที่พกติดตัวมาทำงานด้วยไม่วาง โอโนะมองการกระทำนั้นพลางถอนหายใจยาว  "ชอบเหลือเกินนะ หนังสือเล่มนี้เนี่ย"

 

            "......"

 

            "เมื่อวานเขาติดต่อขอให้นายไปขึ้นปกน่ะ ตอนแรกฉันว่าจะปฏิเสธ เพราะคิวแน่นพอแล้ว แถมลุคนายยังไม่เหมาะกับหนังสือประเภทนี้อีก แต่..."

 

            "ฉันทำได้โอจัง! บอกเขาไปว่าฉันตกลง!"  นิโนะรีบพูดแทรกขึ้นมากลางปล้องด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแทบจะทันที ดวงตาเล็กทอประกายความกระตือรือร้นจนโอโนะต้องหัวเราะเสียงแผ่ว

 

            "...ก็คิดแล้วไงว่าต้องเป็นแบบนี้ เลยบอกตกลงไปแล้ว"

 

            "เย่สสสสส!"  จากใบหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจอย่างเด็ก ๆ ทันที  นิโนะแทบจะกระโดดโลดเต้นไปทั่วห้องแต่งตัว ว่าแต่ ทำไมโชต้องติดต่อเขาผ่านผู้จัดการด้วยนะ...

 

            ในเมื่อจะเดินมาหาโดยตรงก็ได้อยู่แล้วนี่นา

 

 

***

 

 

            "เจ้าบ้า คิดแบบนี้ได้ไง ไปทำงานในนามบริษัทนะ เขาก็ต้องติดต่อผ่านเอเจนซี่ ผ่านผู้จัดการน่ะถูกแล้ว มันต้องเป็นทางการแบบนี้ล่ะ"  จุนให้ความเห็นหลังจากฟังนิโนะเล่าเรื่องทั้งหมดภายในร้านอาหารบนตึกสูงใจกลางเมืองร้านหนึ่ง ในวันที่ทั้งคู่มีเวลาว่างตรงกัน

 

            นิโนะขมวดคิ้วมุ่น  "จริงเหรอวะ...ไอ้นั่นเนี่ยนะ เป็นทางการ"  ในเมื่อคิดทบทวนดูยังไงก็รู้สึกว่าไม่เข้ากันแท้ ๆ

 

            จุนหัวเราะขำความช่างสงสัยไม่เข้าเรื่องของเพื่อนตรงหน้า ก่อนจะย้ำให้ตรรกะทั้งหลายทั้งปวงซึมแทรกเข้าไปในกะโหลกเล็ก ๆ บ้าง  "เออ! ถึงเขาจะเป็นเพื่อนบ้านแก แต่เวลาปกติเขาก็คือบ.ก.ใหญ่นะเว้ย คนที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ก็ต้องรู้กาละเทศะบ้างล่ะน่า"

 

            "ไอ้นั่นเนี่ยนะ..."  นิโนะยังคงพึมพำคำเดิมต่อพร้อมออพชั่นเบ้ปาก เจ้าตัวพยายามคิดภาพโชในฐานะบ.ก.ใหญ่แล้วรู้สึกขัดแย้งยังไงบอกไม่ถูก

 

            แต่เมื่อเผลอคิดถึง เรื่องของเมื่อหลายคืนก่อนก็โผล่มาฉายซ้ำในความคิดอย่างช่วยไม่ได้  "เฮ้อ..."

 

            "เป็นไรอีก เดี๋ยวอารมณ์ดี เดี๋ยวโวยวาย เดี๋ยวหงอย เอาใจยากนะเนี่ย"  ทำเอาคนมาด้วยกันต้องปรามเสียงหน่ายขณะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบระหว่างมองใบหน้าเล็กที่วางคางเกยโต๊ะเป็นเด็ก ๆ นั่นไปด้วย

 

            นิโนะเขี่ยช้อนในแก้วไปมา  "ก็ไอ้นั่นดูเหมือนโกรธฉันว่ะ...ไม่รู้ไปทำไรให้"  เสียงงึมงำพึมพำเหมือนจะบ่นกับตัวเอง เรียกให้จุนที่ได้ยินชัดเจนคลี่ยิ้มกว้างพร้อมส่ายหัวขำในที

 

            "ไม่รู้แน่เรอะ..."

 

            คราวนี้นิโนะขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีก  "ไม่รู้เฟ้ย! เมื่อวันก่อนฉันก็แค่... "

 

            "เดี๋ยว ๆๆ ยาวรึเปล่า"  แต่พอตั้งท่าจะเล่า คนที่มาด้วยกันกลับรีบยกมือปรามซะอย่างนั้น  เรียกให้นิโนะยืดตัวเองจากกริยานั่งเอาคางเกยโต๊ะมาเปลี่ยนเป็นมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาสงสัยทันที

 

            "ก็ยาวมั้ง ทำไมวะ"  แม้จริง ๆ แล้วต้นเรื่องจะไม่ยาวเท่าไหร่ แต่ถ้าเขาเล่าจบ ก็คงต้องเผลอบ่นไอ้ตัวดีข้างบ้านต่ออีกยาวเหยียดแน่นอน

 

            จุนคลี่ยิ้มพลางหยิบเงินวางแล้วลุกขึ้น  "งั้นไว้จะโทรหาแล้วกัน วันนี้มีงานตอนหัวค่ำ นี่ก็เย็นละ ไว้ดึก ๆ จะโทรไป"  แถมไม่รอฟังคำประท้วงอีกต่างหาก ตอนนี้ร่างโปร่งของจุนหายไปเรียบร้อยแล้ว

 

            "อะไรวะ ไอ้จุน ไอ้เพื่อนเวร...!"

 

 

***

 

 

            ที่ห้องออฟฟิศของสำนักพิมพ์ขนาดเล็ก วันนี้เสียงโทรศัพท์ค่อยเบาบางลง

 

            ซากุไร โช ที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กำลังขมวดคิ้วมุ่นโดยมือข้างหนึ่งยังพลิกดูแต่ละหน้าของสมุดบัญชีประจำเดือนอย่างไม่หยุดพัก  ตัวเลขสีแดงและช่องหมายเหตุเกี่ยวกับร้านค้าต่าง ๆ ที่ปฏิเสธการวางขายหนังสือของเขายังยาวเป็นหางว่าวจนน่าท้อใจ

 

            "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด"  แต่แล้วเสียงโวยวายของคุริก็ดังแทรกความคิดทั้งหลายขึ้นมา

 

            "มีอะไรยะยัยคุริ ฉันกำลังร่างจดหมายถึงคุณหมอยูกิอยู่ ตกใจหมด!"  ชิราโทริบ่นสวนกลับ ก่อนจะลากรองเท้าส้นสูงสีแดงเด่นเดินไปหารุ่นน้องร่วมงานผู้ที่ยังมีสีหน้าช็อกสนิทไม่หาย

           

            "ด...ดูนี่สิ ชิราโทริซัง มินาโกะซัง ไอบะซัง โชซัง"  ริมฝีปากเล็กละล่ำละลักเรียกคนทั้งออฟฟิศให้เข้ามาดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ตัวเอง แน่นอนว่าทุกคนพากันกรูไปหมด เว้นเพียงแต่โชที่ส่งสายตาสงสัยไปเท่านั้น

 

            "อะไร ๆๆ"  มาซากิ ไอบะ วางกล้องในมือไว้บนโซฟาก่อนจะช่วยเสนอหน้าเข้าไปอีกแรง ไม่นานนัก ดวงตาเล็ก ๆ ตามแบบฉบับคนมีเชื้อสายจีนก็เบิกโพลง  "เอ๋...????"

 

            "เอ๋................................!?!?!?!?!?!?!?"  รวมถึงชิราโทริและมินาโกะด้วยเช่นกัน

 

            "มีอะไรน่ะ"  โชผู้อดรนทนไม่ไหว แต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะเดินไปร่วมวง ส่งเสียงถามจากโต๊ะทำงานตัวเองบ้าง ก่อนจะเห็นเป็นสีหน้าช็อกสนิทของลูกน้องทั้งผอง รวมไปถึงเพื่อนร่วมออฟฟิศแทนคำตอบ

 

            "อะไรวะ..."  บ.ก.หนุ่มขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัยเมื่อไม่มีใครยอมให้ความกระจ่างอะไร ก่อนมินาโกะจะเป็นฝ่ายกลืนน้ำลายคนแรก แล้วอ่านออกเสียงข้อความจากเว็บไซต์ที่คุริเปิดค้างเอาไว้ให้ฟังแทน

 

            "อย่าพลาด...นิตยสาร Happy Pet ฉบับหน้า พบกับความเท่ ร้อนระอุทุกองศา ของซูเปอร์ไอดอล นิโนะมิยะ คาซึนาริ  ที่จะมาในคอนเซปต์เจ้าชายรูปงามผู้อยากถูกเก็บไปเลี้ยง เจอกันแน่นอน เดือนหน้า"

 

            ".............................."  ไร้ซึ่งเสียงอุทานเช่นเดียวกับที่ทุกคนทำไปก่อนหน้า โชเพียงแต่นั่งนิ่ง ๆ เท่านั้น หลังจากได้ฟังสิ่งที่มินาโกะอ่าน

 

            "อืม Happy Pet ฉบับหน้าคงขายหมดเร็วน่าดู ก็ดีสินะ จะได้มีพื้นที่บนแผงเหลือให้ Pet Pet Pet บ้าง"  เสียงทุ้มดังขึ้นเรียบ ๆ แล้วเปิดสมุดบัญชีดูต่อราวกับไม่ได้สนใจอะไร ทำเอาคนอื่น ๆ ในออฟฟิศมองหน้ากันเลิ่กลั่กไปมา

 

            มาซากิถอนหายใจยาว ฝ่ามือผอมคว้ากล้องบนโซฟามาคล้องคอ  "งั้นฉันออกไปถ่ายรูปนะ เผื่อจะมีรูปดี ๆ มาไว้ลงฉบับหน้าบ้าง"

 

            "ขอบใจนะมาซากิ"  โชเงยหน้าส่งยิ้มบางให้เพื่อน เพราะอันที่จริงแล้วมาซากิไม่ใช่พนักงานของ Pet Pet Pet แต่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมของเขาต่างหาก  มาซากิใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ช่วยที่บ้านดูแลกิจการไปวัน ๆ และก็แวะมาช่วยเหลือโชเสมอเมื่อมีโอกาส โดยไม่เคยคิดค่าตอบแทนใด ๆ มากไปกว่าราเม็งอร่อย ๆ หนึ่งชามเท่านั้น

 

            มาซากิคลี่ยิ้มจริงใจก่อนเดินจากไป

 

 

            'Tidii Tidii Tidii...'

 

            แต่คล้อยหลังมาซากิได้เพียงครึ่งนาที เสียงอีเมล์เข้าก็ร้องเตือนโช

 

            'เอกสารสำคัญฉันติดอยู่ใน box นายอีกแล้ว ถึงบ้านเอามาให้หน่อยนะ'

 

            ทั้งประโยคคุ้นเคย และชื่อเพื่อนข้างห้องที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เขาถอนหายใจยาว...ในหัวคิดไพล่ไปถึงพฤติกรรมแย่ ๆ ของตัวเองที่ปั้นปึงใส่คนตัวเล็กมาเป็นเวลาเกือบอาทิตย์ ทั้งที่หากทบทวนดูดี ๆ นิโนะก็ไม่ได้ทำผิดอะไรสักนิด จะม็ก็แต่เขาที่ทำตัวเอาแต่ใจ พอเห็นนิโนะถือหนังสือคู่แข่งมาอวดหน่อยก็โมโหเป็นตุเป็นตะ ทั้งที่อีกฝ่ายไม่รู้เรื่องอะไรด้วย...

 

            "เฮ้อ..."  โชถอนหายใจยาวอีกที ก่อนจะคิดตั้งใจว่าไม่ควรทำตัวแย่ ๆ ใส่เพื่อนข้างบ้านด้วยเหตุผลส่วนตัวอีก

 

            "ทำตัวเป็นเด็กไปได้นะเรา..."

 

 

 

***

 

 

            แสงแดดอ่อน ๆ ที่ย้อมทุกอย่างเป็นสีอมส้มในเวลาเย็นนั้น คือหนึ่งในบรรยากาศโปรดของมาซากิ

 

            เจ้าของร่างสูงบางยกกล้องถ่ายรูปคู่ใจเก็บบรรยากาศในสวนสาธารณะสวยไปเรื่อย ๆ ตามแบบที่ชอบ  เขาชอบการถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ โดยเฉพาะภาพต้นไม้นานาพรรณ ผู้คนที่กำลังพักผ่อนหย่อนใจ และสัตว์น้อยใหญ่มากมายซึ่งนิยมมาวิ่งเล่นกันอย่างอิสระในสวนแห่งนี้

 

            อันที่จริงความฝันของมาซากิคือการมีร้านขายกล้อง และล้าง-อัดภาพถ่ายเป็นของตัวเอง เขาอยากให้ทุกคนมีความสุขกับการถ่ายภาพ กับความทรงจำที่บันทึกไว้ มากกว่าการสืบช่วงต่อกิจการร้านอาหารจีนขนาดใหญ่ของที่บ้าน  แต่แน่นอนว่าในฐานะลูกชายคนโต นั่นคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว...

 

            มาซากิถอนหายใจยาว ขณะจับเลนส์หมุนคุณภาพ